พระเครื่อง ให้เช่าพระเครื่อง Thai Amulets บี พระเครื่อง

เที่ยววัดคูยาง กำแพงเพชร

฿0.00
วัดคูยาง ตั้งอยู่เลขที่ 27 ถนนราชดำเนิน ซอย 3 ตำบลในเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สภาพเดิมเป็นวัดเก่าแก่มาแต่ครั้งโบราณกาล มีฐานรากอุโบสถ และแท่นพระประธานซึ่งก่อด้วยศิลาแลง หันหน้าไปทางตะวันออก ตั้งอยู่บริเว
  • หมวดหมู่ : ๛ ศึกษาและพาเที่ยว ๛
  • รหัสสินค้า : 002394

รายละเอียดสินค้า เที่ยววัดคูยาง กำแพงเพชร

วัดคูยาง ตั้งอยู่เลขที่ 27 ถนนราชดำเนิน ซอย 3 ตำบลในเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สภาพเดิมเป็นวัดเก่าแก่มาแต่ครั้งโบราณกาล มีฐานรากอุโบสถ และแท่นพระประธานซึ่งก่อด้วยศิลาแลง หันหน้าไปทางตะวันออก ตั้งอยู่บริเวณวัดด้านเหนือ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งโรงฝึกงานของโรงเรียนวัดคูยาง ไม่ปรากฏหลักฐานว่าชื่อวัดอะไร ใครเป็นผู้สร้าง และสร้างในสมัยไหน แต่มีผู้สันนิษฐานว่า สร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 400 ปี จนมาถึงรัชสมัยที่ 4 ระหว่าง พ.ศ.2394-2399 ซึ่งได้มีผู้ก่อสร้างวัดขึ้นใหม่ในบริเวณที่ตั้งเดิม ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 28 ไร่เศษ'

สถานที่อันน่าสนใจของวัดคูยางคือ หอไตร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นหอไตรที่สร้างขึ้นกลางน้ำ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันปลวกแมลงที่จะเข้าไปกัดทำลายพระไตรปิฎก

ความเป็นมาของชื่อวัดนั้น มีนัยกล่าวว่า ได้มีพวกยาง (กะเหรี่ยง) ที่อพยพมาจากถิ่นอื่น ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองกำแพงเพชร และช่วยกันขุดคูสร้างวัด จึงเรียกขานกันว่า วัดคูยาง

กล่าวสำหรับพระครูธรรมาธิมุตมุนี (กลึง) ได้ชื่อว่าเป็นพระภิกษุที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาความรู้ทั้งในด้านคันธุระ และวิปัสสนากรรมฐาน เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนในยุคสมัยนั้น และได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะเมือง (จังหวัด) กำแพงเพชรรูปแรก ระหว่างปี พ.ศ.2441-2449

ดังมีปรากฏกล่าวถึงพระครูเจ้าคณะในพระราชนิพนธ์ เรื่องเสด็จประพาสต้น ครั้งที่สอง ว่า 'แล้วจึงเดินไปยังปวัดคูยาง ซึ่งเป็นที่พระครูเจ้าคณะอยู่ ผ่านถนนสายใน ถนนสายนี้งามมาก ได้ถ่ายรูปไว้และใช้ชื่อถนนราชดำเนิน วัดคูยางนี้มีลำคูกว้างประมาณ 6 วา หรือ 8 วา น้ำขัง หอไตรและกุฏิปลูกอยู่ในน้ำแปลกอยู่ ต่อข้ามคูเข้าไปจึงถึงบริเวณพระอุโบสถย่อมหลังหนึ่ง วิหารใหญ่หลังหนึ่ง ก่อด้วยแลงแต่เสริมอิฐถือปูนหลังคาเห็นจะผิดรูปเตี้ยแบนไป หลังพระวิหารมีพระพุทธรูปต่างๆ อยู่ข้างๆ จะดี พระครูเลือกไว้ให้เป็นพระลีลาสูงศอกคืบ กับอะไรอีกองค์หนึ่งต้นเต็มที่ไม่ชอบ จึงได้ขอเลือกเอาเอง 4 องค์ เป็นพระยืนกำแพงโบราณแท้ชั้นเขมรองค์ 1 พระนาคปรกขาดฐานเขาหล่อฐานเดิมขึ้นไว้องค์ 1 พระกำแพงเก่าอีกองค์ 1 พระชินราชจำลองเหมือนพอใช้อีกองค์ 1 กลับจากวัดหยุดถ่ายรูปบ้าง จนเที่ยงจึงได้ลงเรือเหลือง'

นอกจากนั้น ในจดหมายเหตุจากหนังสือตรวจการคณะสงฆ์จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดตาก ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เมื่อปี พ.ศ.2456 มีกล่าวถึงพระครูธรรมาธิมุตมุนี (กลึง) ไว้ว่า 'วันที่ 24 พฤศจิกายน 2456 เข้าเสด็จบิณฑบาตและทอดพระเนตรวัดคูยาง วัดคูยางนี้เป็นวัดใหญ่ของเมืองกำแพงเพชร เคยเป็นวัดเจ้าคณะเมือง (จังหวัด) เจ้าคณะแขวง (อำเภอ) เจ้าคณะเมืองรูปก่อน คือ พระครูธรรมาธิมุตมุนี (กลึง) เป็นพระกว้างมากได้ก่อสร้างปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ โบสถ์ วิหาร และศาลาการเปรียญไว้ดีเป็นหลักฐาน มีกุฏิ 3 หมู่ หมู่ละ 5-6 หลัง ฝากระดานมุงกระเบื้องทั้งนั้น นอกจากนี้ ยังมีร้านบาตรและหอไตร หอสวดมนต์อีก เป็นต้น ลวดลายเป็นของเก่าทำประณีตมาก ไม่แลเห็นว่าต้องสร้างอะไรเพิ่มเติมอีก ข้อสำคัญ รักษาของเก่าให้คงไว้เป็นพอ โบสถ์และวิหารฝาผนังตึก พระประธานเป็นพระก่อใหม่ไม่งามเหมือนวัดเสด็จ พระหล่อนั่งคู่ของเก่าพอดูได้ ที่วัดนี้เคยมีพระมากถึง 20 กว่า แต่พรรษานี้มีเพียง 15 รูป มีโรงเรียนภาษาบาลีค่าครูสอนเรี่ยไรจากทายกทายิกา วัดนี้ส่งพระเข้าไปศึกษาในกรุงเทพฯ อยู่วัดจักรวรรดิ เวลานี้มีพระเปรียญ 2 รูป ชื่อพระมหาช่วง, พระมหาโชติ มีเรียนหนังสือไทย วัดตั้งอยู่หลังตลาดห่างจากแม่น้ำสัก 2 เส้น มีลานกว้างมีคูคั่นกุฏิกับตอนโบสถ์ คูนี้มีไปเกือบรอบบริเวณโบสถ์ กล่าวว่าเป็นยาง (กะเหรี่ยงเผ่าหนึ่ง) ขุด จึงให้ชื่อว่า 'วัดคูยาง' เจ้าอาวาสชื่อพระครูแหยม เป็นเจ้าคณะแขวงอำเภอเมืองและเป็นพระอุปัชฌาย์ด้วย อาหารการบริโภคบิณฑบาตไม่พอฉันต้องหุงเพิ่มเติมในวัด การแต่งรับเสด็จปักธงผ้าขาวเขียนต่างๆ บ้าง เขียนอักษรว่าทรงพระเจริญก็มี จงเจริญพระชนมายุก็มีบ้าง ทำเป็นธงตะขาบ เขียนเป็นดอกไม้ดอกบัวติดคันไม้รวกปักเป็นแนวตั้งแต่ในวัดจนถึงศาลาหน้าวัดคูยาง วัดเสด็จ และวัดบาง (กุฏิพงษ์) สามวัดนี้อยู่ใกล้กัน ถึงหน้าพรรษาพวกทายกมาทำบุญเขานัดเป็นวัดๆ วัดนั้นทำที่วัดนั้น วัดนี้ทำที่วัดนี้ ไม่แยกต่างพวกทำ พระสงฆ์ก็มารวมกันรับเหมือนกัน ทำพิธีวิสาขบูชา ก็รวมกันทำที่วัดหนึ่งเป็นธรรมเนียมสำหรับวัดอยู่ชิดกัน พอพระหฤทัยในความปรองดองของเขา'

--------------------------------

พระเครื่องที่พระอาจารย์กลึงสร้างขึ้นมานั้น โดยมากเป็นพระพิมพ์ที่ล้อพิมพ์เก่าที่มีอยู่ของสุโขทัยและกำแพงเพชร ซึ่งกดพิมพ์ค่อนข้างตื้น ที่ทำพิมพ์ขึ้นมาใหม่ก็จะมีพิมพ์สมเด็จสี่เหลี่ยมชิ้นฟัก แต่ที่รู้จักกันดีคือพิมพ์พระปิดตาสี่ทิศ หรือพระงบน้ำอ้อย ด้านหลังมีทั้งแบบเป็นยันต์ประทับ จารมือ และแบบเรียบ

พระอาจารย์กลึงท่านได้เอาเนื้อพระกรุเก่าที่แตกหักที่รวบรวมไว้นำมาบดแล้วกดพิมพ์ขึ้นใหม่ จึงมีพุทธคุณใช้แทนของเก่าได้ทุกประการ